เวลาทำการ

จันทร์-ศุกร์ :

09.00 - 18.00 น.

เราช่วยคุณได้

@779xhpwi

Travel License : 11/06102

เที่ยวสเปน

มนต์เสน่ห์คาบสมุทรไอบีเรีย: สเปน & โปรตุเกส 2 ประเทศสวยละมุนที่ต้องไปเยือนสักครั้ง

มนต์เสน่ห์คาบสมุทรไอบีเรีย: สเปน & โปรตุเกส 2 ประเทศสวยละมุนที่ต้องไปเยือนสักครั้ง

14

 ประเทศสเปน และประเทศโปรตุเกส เป็นประเทศที่ตั้งอยู่ในคาบสมุทรไอบีเรีย ที่ขนาบด้วยทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และมหาสมุทรแอตแลนติค  โดยประเทศสเปนจะเหนือที่ประมาณ 7 แสนกว่าตรม. หรือเท่ากับประเทศไทยกับประเทศลาวรวมกันนั่นเอง ผู้คนส่วนใหญ่นับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิค           ประเทศสเปนและประเทศโปรตุเกส ต่างก็เป็นประเทศแรกๆ ในการออกล่าอาณานิคมก่อนประเทศอื่นๆ ดังนั้นทั้ง 2 ประเทศนี้จึงเต็มไแด้วยความเจริญทางด้วยวัฒนธรรมอย่างมาก สังเกตได้จากการมีแหล่งท่องเที่ยวที่องค์การสหประชาชาติ ประกาศให้เป็นมรดกอย่างมากมาย ผู็เขียนขออนุญาตหยีบยกเมืองตัวอย่างที่ควรค่าแก่การเดินทางเยือน คือ โทเลโด หรือ โทเลตุ่ม ในภาษากรีกนั่งเอง เมืองแห่งนี้ รอบล้อมด้วยแม่น้ำทาโค หรือ แทโค โทเลโดเป็นเมืองที่ตั้งอยู่บนเขา มีเพียงส่วนเดียวที่ไม่มีแม่นำ้ขวางกั้น ดังนั้นโทเลโด จึ่งเป็นเมืองที่มีที่ตั้งที่สมบูรณ์แบบในการใช้เป็นเมืองหลวงของสเปน ตั้งแต่ศตวรรษที่ 9 ภายในเมืองโทเลโดนั้น เมื่อก่อนมีชนชาติที่อาศัยอยู่ด้วยกัน ถึง 3 ชนชาติ คือ คาทอลิค ยิว และมุสลิม ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเข้าใจได้โดยการไปจุดถ่ายรูปทั้งเมืองขอโทเลโด สิ่งปลูกสร้างได้สร้างสรรค์ให้เห็นเด่นชัดถึง 3 ชนชั้นได้เคยอาศัยอยู่ด้วยกันอย่างสันติสุข        ในเมืองโทเลโด มีมหาวิหารโทเลโด ที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด มหาวิหารที่สร้างแบบโกธิคที่งดงามอ่อนช้อย แท่นทำพิธีภายในมหาวิหารที่ยิ่งใหญ่และงดงาม ภาพเขียนสีน้ำมันโดยจิตรกรชั้นเอก เช่น โกยา ที่เคยอาศัยอยู่ที่นี้ การเดินเลี้ยวลัดจากทางเข้าเมืองสู่ใจกลางเมือง คือ เสน่ห์ของการชมเมืองแห่งนี้ มีเรื่องเล่ากันมาว่า หากนักท่องเที่ยวเดินตามมัคคุเทศก์ไม่ทัน หรือหัวหน้าทัวร์ไม่ทัน แล้วหลงทาง ในปีนี้ กว่ามัคคุเทศก์และหัวหน้าจะตามเจอก็ปีถัดไป จริงๆ คงต้องบอกว่าเป็นกุศโลบาย ของการเดินท่องเที่ยวที่นี้แบบเป็นหมู่คณะ เพราะโทเลโดแห่งนี้ช่างสวยงามเกินกว่าที่จะหยุดถ่ายรูปเสียไม่ได้เลยจริงๆ ประกอบกับการสร้างเมืองที่มีช่องทางเดินขนาดเล็ก เนื่องจากคนในสมัยก่อนต้องการให้เงาของอาคารบ้านเรือนซ้อนกันให้มากที่สุด ป้องกันอากาศร้อนของประเทศในแถบไอเบียแห่งนี้ ท่านลองนึกดูนะคะ ว่าจะแคบแค่ไหน รวมกับร้านค้าขายของที่ระลึกมากมาย ทำให้นักท่องเที่ยวหลงทางก็เป็นประจำ ดังนั้นเรื่องเลาของหารหลงทางจึงเกิดขึ้นนั่งเอง          ประเทศโปรตุเกส ประเทศเล็กๆ ที่มีประชาการเพียง 9 ล้านคนทั้งประเทศ มีพื้นที่ติดมหาสมุทรแอตแลนติก และประเทศสเปน และรัฐเล็กๆ อันดอร์ล่า ผู็เขียนขอเล่าถึงเมืองหลวงลิสบอน เมืองน่ารัก ละมุลละไม เหมาะแก่การไปเดินเล่นในย่านคยเดิน เช่น ย่านพลาซ่า เดอโรซิโอ ย่านไบร์โร อัลโต ย่านซึอาดู และย่านเบเล็ม ชิมต้นตำรับทาร์ตไข่ที่แสนอร่อย ชมวิหารเจอโรมที่แปลกตา ด้วยศิลปะแบบมานูไลฟ์ หอคอยเบเล็ม อนุเสาวรีย์ดีสคัฟเวอร์รี่ ขอบอกว่าสวยจริง สวยจัง 

เจาะลึก ซากราดา ฟามิลิเลีย: โบสถ์ที่สร้างนานกว่าศตวรรษในเมืองแห่งเกาดี้

เจาะลึก ซากราดา ฟามิลิเลีย: โบสถ์ที่สร้างนานกว่าศตวรรษในเมืองแห่งเกาดี้

17

สวัสดีคะ ท่านผู้อ่านทุกท่าน .... วันนี้ผู้เขียนขออนุญาตกล่าวถึง เมืองบาเซโลน่า ประเทศสเปน เป็นเมืองศิลปะทั้งเมืองก็ว่าได้ที่ผสมผสานศิลปะมากมายในเมืองแห่งนี้ จริงๆ แลัวสำหรับผู้เขียนเองนั้น รู้สึกว่า เมืองบาเซโลน่า คือ เมืองของเกาดี แล้วเกาดี้ คือใคร? เกาดี หรือ ชื่อเต็มๆ ของท่าน "อันตอนี เกาดี อี กูร์แน็ต" ท่านเป็นสถาปนิกเชื้อสายดาตาลัน (กาตาลัน เปรียบเสมือนนครเล็กๆ ที่มีสภาของตนเอง ภาษาของตนเอง ตั้งอยู่บริเวณภูเขามองจูอิค ในตัวบาเซโลน่า) ที่ช่วงชีวิตในปลายศตวรรษที่18 - ต้นศตวรรษ 19 เกาดีได้ออกแบบมหาวิหาร ซากราดา ฟามิลิเลีย ได้เริ่มสร้างลงเสาเข็มในปี คศ. 1882 จวบจนกระทั่งปัจจุบัน เป็นระยะเวลา 141 ปี ที่ยังสร้างไม่เสร็จสมบูรณ์ โดยคาดการณ์ไว้ว่า มหาวิหารแห่งนี้จะสร้างเสร็จในอีก 3 ปีข้างหน้า หรือในปี ค.ศ. 2026. ความยิ่งใหญ่ ของหอคอยหลักที่มีความสูงถึง 170 เมตร ด้วยรูปทรงแบบสูงชลูด ผอมสูง เหมือนฝักข้าวโพด หน้าประตูด้านหน้า (ด้านตรงกันข้ามกับทางเข้าในปัจจุบัน)ที่เสร็จ และด้านหลังที่ก่อสร้าง ด้วยศิลปะแบบ Neo-Gothic ที่มีความลึกลับปนความน่ากลัวผสมกัน อิงไปกับธรรมชาติ ประดับประดาด้วยโมเสค กระจกสี งานแกะสลักหิน หลายพันชิ้น ที่เมื่อเข้าไปเราจะจดจำได้ไม่มีวันลืม ซึ่งเกาดี้ เป็นผู้ออกแแบทิ้งไว้ในลูกศิษย์ของเค้าได้เจริญรอยตามนอกเหนือจากมหาวิหารซากราด้า เฟมมิเลีย แล้ว สถานที่ที่ควรไปเยี่ยมเยือน คือ สวนเกาดี้ ที่สวยงามดังเทพนิยาย มังกรคามิเลี่ยน บ้านรังนก เสาลาดเอียงที่กลมกลืนไปกับเนินเขา บ้านของเกาดี้   บาเซโลน่า ยังมีสถานที่น่าเที่ยวอีกหลายๆ แห่ง สำหรับคนชอบศิลปะแนวโมเดริน์ ที่นี้เค้ามี พิพิธภัณฑ์ปิกัสโซ่ ด้วยนะ รู้ไหม? 

ทริปสเปนต้องแวะ: เช็คอิน Plaza de Espanya สัมผัสความงามสถาปัตยกรรมอิฐแดงและเบญจรงค์

ทริปสเปนต้องแวะ: เช็คอิน Plaza de Espanya สัมผัสความงามสถาปัตยกรรมอิฐแดงและเบญจรงค์

15

สวัสดีค่ะผู้อ่านทุกท่าน วันนี้ผู้เขียนขอพาทุกท่านไปรู้จักกับ Plaza de Espanya หรือที่เรียกกันว่า พลาซ่า เดอ เอสปานย่า หรือ จัตุรัสสเปน ตั้งอยู่ที่เมือง เซวิลล์ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศสเปนเซวิลล์เป็นเมืองเก่าแก่ที่มีความน่าสนใจ เคยเป็นที่ประทับของทั้งกษัตริย์ชาวแขกมัวร์ (มุสลิม) และกษัตริย์สเปน ทำให้ที่นี่มีความงดงามจากการผสมผสานทางศิลปะระหว่างศิลปะแบบมัวร์และโกธิคได้อย่างลงตัว ประจักษ์พยานความงดงามนั้นคือ มหาวิหารแห่งเซวิลล์ บริเวณข้างมหาวิหารจะมีหอคอยที่ในอดิเรกเคยใช้เป็นหอเรียกสวดของชาวมุสลิม ก่อนจะถูกปรับเปลี่ยนเป็นหอระฆังเมื่อเปลี่ยนมาเป็นโบสถ์คาทอลิก บนยอดหอคอยมีรูปปั้น "เทพีฆีรดา" ยืนตระหง่านและหมุนตามกระแสลมได้ (ท่านผู้อ่านสามารถชมรูปปั้นจำลองได้ที่ประตูทางด้านที่หันหน้าไปทางพระราชวัง)ภายในมหาวิหารแห่งนี้ยังมีแท่นพิธีแกะสลักไม้ประดับแผ่นทองคำเล่าเรื่องราวของพระเยซูอย่างงดงาม รวมถึงเป็นที่ตั้งของโรงศพนักเดินทางชื่อก้องโลก คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส ซึ่งได้นำกระดูกบางส่วนมาจากเกาะซานโต ดอมิงโก ความสวยงามและยิ่งใหญ่ของมหาวิหารแห่งนี้เรียกได้ว่าไม่แพ้มหาวิหารเซนต์ไอแซคในเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ประเทศรัสเซียเลยทีเดียวจากนั้น ผู้เขียนขอกลับมาที่ พลาซ่า เดอ เอสปานย่า ซึ่งในอดีตสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นสถานที่จัดแสดงและเจรจาสินค้า ลักษณะการก่อสร้างโดดเด่นด้วยการใช้อิฐแดงประดับประดาด้วยเครื่องเบญจรงค์สีสันสวยงาม สร้างเป็นรูปครึ่งวงกลมมีลานกว้างรวม 2 ชั้นครึ่ง เมื่อเดินเข้ามาจะพบกับลานโล่งและคลองเล็กๆ พร้อมสะพานข้ามเมื่อเดินมาถึงลานโล่งแล้วหันกลับไปมองตัวอาคาร จะเห็นซุ้มโค้งต่างๆ ที่เรียงรายตามตัวอักษรของจังหวัดต่างๆ ในประเทศสเปน โดยบนซุ้มประตูจะมีรูปปั้นใบหน้าบุคคลสำคัญของจังหวัดนั้นๆ ไฮไลท์ที่สำคัญคือ ตัวอักษร B ซึ่งหมายถึง จังหวัดบาเซโลน่า ที่บอกเล่าเรื่องราวการเดินทางอันยิ่งใหญ่ของ คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส ภายใต้การสนับสนุนของพระนางอิสซาเบลลา และกษัตริย์เฟอร์ดินานด์แห่งคาสตีล สองกษัตริย์คาทอลิกผู้ทรงขับไล่ชาวแขกมัวร์ออกจากประเทศสเปนได้สำเร็จ และเป็นผู้สร้างจุดเริ่มต้นแห่งการเดินทางเพื่อสร้างอาณานิคมอันยิ่งใหญ่ในเวลาต่อมา

ข้อมูลท่องเที่ยวต่างประเทศ