เวลาทำการ

จันทร์-ศุกร์ :

09.00 - 18.00 น.

เราช่วยคุณได้

@779xhpwi

Travel License : 11/06102

หน้าแรก

/

ข้อมูลท่องเที่ยว

ข้อมูลท่องเที่ยว

ทริปสเปนต้องแวะ: เช็คอิน Plaza de Espanya สัมผัสความงามสถาปัตยกรรมอิฐแดงและเบญจรงค์

ทริปสเปนต้องแวะ: เช็คอิน Plaza de Espanya สัมผัสความงามสถาปัตยกรรมอิฐแดงและเบญจรงค์

12

สวัสดีค่ะผู้อ่านทุกท่าน วันนี้ผู้เขียนขอพาทุกท่านไปรู้จักกับ Plaza de Espanya หรือที่เรียกกันว่า พลาซ่า เดอ เอสปานย่า หรือ จัตุรัสสเปน ตั้งอยู่ที่เมือง เซวิลล์ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศสเปนเซวิลล์เป็นเมืองเก่าแก่ที่มีความน่าสนใจ เคยเป็นที่ประทับของทั้งกษัตริย์ชาวแขกมัวร์ (มุสลิม) และกษัตริย์สเปน ทำให้ที่นี่มีความงดงามจากการผสมผสานทางศิลปะระหว่างศิลปะแบบมัวร์และโกธิคได้อย่างลงตัว ประจักษ์พยานความงดงามนั้นคือ มหาวิหารแห่งเซวิลล์ บริเวณข้างมหาวิหารจะมีหอคอยที่ในอดิเรกเคยใช้เป็นหอเรียกสวดของชาวมุสลิม ก่อนจะถูกปรับเปลี่ยนเป็นหอระฆังเมื่อเปลี่ยนมาเป็นโบสถ์คาทอลิก บนยอดหอคอยมีรูปปั้น "เทพีฆีรดา" ยืนตระหง่านและหมุนตามกระแสลมได้ (ท่านผู้อ่านสามารถชมรูปปั้นจำลองได้ที่ประตูทางด้านที่หันหน้าไปทางพระราชวัง)ภายในมหาวิหารแห่งนี้ยังมีแท่นพิธีแกะสลักไม้ประดับแผ่นทองคำเล่าเรื่องราวของพระเยซูอย่างงดงาม รวมถึงเป็นที่ตั้งของโรงศพนักเดินทางชื่อก้องโลก คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส ซึ่งได้นำกระดูกบางส่วนมาจากเกาะซานโต ดอมิงโก ความสวยงามและยิ่งใหญ่ของมหาวิหารแห่งนี้เรียกได้ว่าไม่แพ้มหาวิหารเซนต์ไอแซคในเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ประเทศรัสเซียเลยทีเดียวจากนั้น ผู้เขียนขอกลับมาที่ พลาซ่า เดอ เอสปานย่า ซึ่งในอดีตสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นสถานที่จัดแสดงและเจรจาสินค้า ลักษณะการก่อสร้างโดดเด่นด้วยการใช้อิฐแดงประดับประดาด้วยเครื่องเบญจรงค์สีสันสวยงาม สร้างเป็นรูปครึ่งวงกลมมีลานกว้างรวม 2 ชั้นครึ่ง เมื่อเดินเข้ามาจะพบกับลานโล่งและคลองเล็กๆ พร้อมสะพานข้ามเมื่อเดินมาถึงลานโล่งแล้วหันกลับไปมองตัวอาคาร จะเห็นซุ้มโค้งต่างๆ ที่เรียงรายตามตัวอักษรของจังหวัดต่างๆ ในประเทศสเปน โดยบนซุ้มประตูจะมีรูปปั้นใบหน้าบุคคลสำคัญของจังหวัดนั้นๆ ไฮไลท์ที่สำคัญคือ ตัวอักษร B ซึ่งหมายถึง จังหวัดบาเซโลน่า ที่บอกเล่าเรื่องราวการเดินทางอันยิ่งใหญ่ของ คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส ภายใต้การสนับสนุนของพระนางอิสซาเบลลา และกษัตริย์เฟอร์ดินานด์แห่งคาสตีล สองกษัตริย์คาทอลิกผู้ทรงขับไล่ชาวแขกมัวร์ออกจากประเทศสเปนได้สำเร็จ และเป็นผู้สร้างจุดเริ่มต้นแห่งการเดินทางเพื่อสร้างอาณานิคมอันยิ่งใหญ่ในเวลาต่อมา

เจาะลึก ซากราดา ฟามิลิเลีย: โบสถ์ที่สร้างนานกว่าศตวรรษในเมืองแห่งเกาดี้

เจาะลึก ซากราดา ฟามิลิเลีย: โบสถ์ที่สร้างนานกว่าศตวรรษในเมืองแห่งเกาดี้

14

สวัสดีคะ ท่านผู้อ่านทุกท่าน .... วันนี้ผู้เขียนขออนุญาตกล่าวถึง เมืองบาเซโลน่า ประเทศสเปน เป็นเมืองศิลปะทั้งเมืองก็ว่าได้ที่ผสมผสานศิลปะมากมายในเมืองแห่งนี้ จริงๆ แลัวสำหรับผู้เขียนเองนั้น รู้สึกว่า เมืองบาเซโลน่า คือ เมืองของเกาดี แล้วเกาดี้ คือใคร? เกาดี หรือ ชื่อเต็มๆ ของท่าน "อันตอนี เกาดี อี กูร์แน็ต" ท่านเป็นสถาปนิกเชื้อสายดาตาลัน (กาตาลัน เปรียบเสมือนนครเล็กๆ ที่มีสภาของตนเอง ภาษาของตนเอง ตั้งอยู่บริเวณภูเขามองจูอิค ในตัวบาเซโลน่า) ที่ช่วงชีวิตในปลายศตวรรษที่18 - ต้นศตวรรษ 19 เกาดีได้ออกแบบมหาวิหาร ซากราดา ฟามิลิเลีย ได้เริ่มสร้างลงเสาเข็มในปี คศ. 1882 จวบจนกระทั่งปัจจุบัน เป็นระยะเวลา 141 ปี ที่ยังสร้างไม่เสร็จสมบูรณ์ โดยคาดการณ์ไว้ว่า มหาวิหารแห่งนี้จะสร้างเสร็จในอีก 3 ปีข้างหน้า หรือในปี ค.ศ. 2026. ความยิ่งใหญ่ ของหอคอยหลักที่มีความสูงถึง 170 เมตร ด้วยรูปทรงแบบสูงชลูด ผอมสูง เหมือนฝักข้าวโพด หน้าประตูด้านหน้า (ด้านตรงกันข้ามกับทางเข้าในปัจจุบัน)ที่เสร็จ และด้านหลังที่ก่อสร้าง ด้วยศิลปะแบบ Neo-Gothic ที่มีความลึกลับปนความน่ากลัวผสมกัน อิงไปกับธรรมชาติ ประดับประดาด้วยโมเสค กระจกสี งานแกะสลักหิน หลายพันชิ้น ที่เมื่อเข้าไปเราจะจดจำได้ไม่มีวันลืม ซึ่งเกาดี้ เป็นผู้ออกแแบทิ้งไว้ในลูกศิษย์ของเค้าได้เจริญรอยตามนอกเหนือจากมหาวิหารซากราด้า เฟมมิเลีย แล้ว สถานที่ที่ควรไปเยี่ยมเยือน คือ สวนเกาดี้ ที่สวยงามดังเทพนิยาย มังกรคามิเลี่ยน บ้านรังนก เสาลาดเอียงที่กลมกลืนไปกับเนินเขา บ้านของเกาดี้   บาเซโลน่า ยังมีสถานที่น่าเที่ยวอีกหลายๆ แห่ง สำหรับคนชอบศิลปะแนวโมเดริน์ ที่นี้เค้ามี พิพิธภัณฑ์ปิกัสโซ่ ด้วยนะ รู้ไหม? 

ไม่ไปถือว่าพลาด! ตะลุยไอซ์แลนด์ ทุ่งลาวามอส และบลูลากูนสุดอลังการ

ไม่ไปถือว่าพลาด! ตะลุยไอซ์แลนด์ ทุ่งลาวามอส และบลูลากูนสุดอลังการ

10

ล่าแสงเหนือที่ไหนดี ??? แสงเหนือ คือ อะไร? แสงเหนือ หรือที่เรียกกันอีกอย่างว่าแสงออโรรา บอเรลลิส เป็นผลลัพธ์ที่ปรากฏขึ้นให้เห็นหลังจากที่อนุภาคจากดวงอาทิตย์เคลื่อนที่เข้าสู่สนามแม่เหล็กของโลกและเกิดแตกตัวเป็นไอออนในชั้นบรรยากาศ ซึ่งการแตกตัวนี้ทำให้เกิดเป็นแสงสีต่างๆ ซึ่งโดยมากจะเป็นสีเขียว แต่บางครั้งก็มีสีม่วงแดง ชมพู ส้ม และน้ำเงิน ล่าแสงเหนือที่ไหน? อลาสก้า? ฟินแลนด์? นอร์เวย์? รัสเซีย? คือ ที่ที่ท่านสามารถเดินทางไปตามหาแสงเหนือได้ แต่ผู็เขียนเลือกออกเดินทางสู่ประเทศไอซ์แลนด์ เพราะที่ประเทศแห่งนี้ยังมี Blue Lagoon ถ้ำน้ำแข็งที่งดงาม ซึ่งสิ่งที่ผู้เขียนได้ไปประสบพบมานั้น ต้องบอกว่าคือความจริง!!!!ผู้เขียนเดินทางมามากกว่า 20 ปี แต่ไม่ที่นี่มีค วามสวยงามด้วยการสร้างและบรรจงรังสรรค์ด้วยธรรมชาติเองจริงๆ ไม่ต้องเติมแต่งด้วยมนุษย์ ความอัศจรรย์ในการเห็นแสงเหนือที่มีค่า KP สูงถึง 7 ในคืนแรก และ สูงถึง 6 Kp ในคืนที่สอง ลำแสงเต้นไปมาประกอบด้วยสีเขียว สีม่วงแดง สีชมพู และสีน้ำเงิน ที่สมบูรณ์แบบจริงๆ (โชคดีมากๆ) นอกเหนือจากแสงเหนือ คือ ถ้ำน้ำแข็งที่ผู้เขียนอยากไปมากที่สุด จึงเป็นสาเหตุที่ผู้เขียนทำให้ตัดสินใจเดินทางมาที่ประเทศไอซ์แลนด์แห่งนี้ ถ้ำนาแข็ง และธารน้ำแข็งที่ประเทศนี้ มีมายาวนานมากกว่าพันปี แต่ในปัจจุบันธารน้ำแข็งได้ขยับตัวเข้าไปลึกขึ้น เนื่องจากอุณหภูมิของพื้นโลกที่ร้อนขึ้น ถ้ำน้ำแข็งมีหลายสีน้ำเงินเข้ม และสีดำ ตามสีสันของน้ำที่จับตัวเป็นน้ำแข็งอยู่ ทำไมถึงมีสีดำ? ประเทศไอซ์แลนด์เป็นประเทศที่เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟ ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ ที่นี้จะมีหาดทรายดำ และมีส่วนผสมของทรายหรือดินที่จับตัวในนำ้แข็งจนเป็นสีดำ เหมือนสีนิลBlue Lagoon ต้องบอกว่าเกินความคาดหมาย เพราะผู้เขียนไม่ได้ให้ความสนใจกับสถานที่แช่น้ำร้อนแห่งนี้ แต่ทว่าเมื่อไปถึงและได้สัมผัสสถานที่แห่งนี้ ต้องบอกว่า ห้ามพลาด!!!! อย่างแรง ทุ่งลาวามอส สวยงามของสีเขียวที่ตัดกับท้องฟ้าสีเข้ม ปนแสงแดดให้เราได้รู้สึกอบอุ่น สวยงามยิ่งนัก 

มนต์เสน่ห์คาบสมุทรไอบีเรีย: สเปน & โปรตุเกส 2 ประเทศสวยละมุนที่ต้องไปเยือนสักครั้ง

มนต์เสน่ห์คาบสมุทรไอบีเรีย: สเปน & โปรตุเกส 2 ประเทศสวยละมุนที่ต้องไปเยือนสักครั้ง

12

 ประเทศสเปน และประเทศโปรตุเกส เป็นประเทศที่ตั้งอยู่ในคาบสมุทรไอบีเรีย ที่ขนาบด้วยทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และมหาสมุทรแอตแลนติค  โดยประเทศสเปนจะเหนือที่ประมาณ 7 แสนกว่าตรม. หรือเท่ากับประเทศไทยกับประเทศลาวรวมกันนั่นเอง ผู้คนส่วนใหญ่นับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิค           ประเทศสเปนและประเทศโปรตุเกส ต่างก็เป็นประเทศแรกๆ ในการออกล่าอาณานิคมก่อนประเทศอื่นๆ ดังนั้นทั้ง 2 ประเทศนี้จึงเต็มไแด้วยความเจริญทางด้วยวัฒนธรรมอย่างมาก สังเกตได้จากการมีแหล่งท่องเที่ยวที่องค์การสหประชาชาติ ประกาศให้เป็นมรดกอย่างมากมาย ผู็เขียนขออนุญาตหยีบยกเมืองตัวอย่างที่ควรค่าแก่การเดินทางเยือน คือ โทเลโด หรือ โทเลตุ่ม ในภาษากรีกนั่งเอง เมืองแห่งนี้ รอบล้อมด้วยแม่น้ำทาโค หรือ แทโค โทเลโดเป็นเมืองที่ตั้งอยู่บนเขา มีเพียงส่วนเดียวที่ไม่มีแม่นำ้ขวางกั้น ดังนั้นโทเลโด จึ่งเป็นเมืองที่มีที่ตั้งที่สมบูรณ์แบบในการใช้เป็นเมืองหลวงของสเปน ตั้งแต่ศตวรรษที่ 9 ภายในเมืองโทเลโดนั้น เมื่อก่อนมีชนชาติที่อาศัยอยู่ด้วยกัน ถึง 3 ชนชาติ คือ คาทอลิค ยิว และมุสลิม ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเข้าใจได้โดยการไปจุดถ่ายรูปทั้งเมืองขอโทเลโด สิ่งปลูกสร้างได้สร้างสรรค์ให้เห็นเด่นชัดถึง 3 ชนชั้นได้เคยอาศัยอยู่ด้วยกันอย่างสันติสุข        ในเมืองโทเลโด มีมหาวิหารโทเลโด ที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด มหาวิหารที่สร้างแบบโกธิคที่งดงามอ่อนช้อย แท่นทำพิธีภายในมหาวิหารที่ยิ่งใหญ่และงดงาม ภาพเขียนสีน้ำมันโดยจิตรกรชั้นเอก เช่น โกยา ที่เคยอาศัยอยู่ที่นี้ การเดินเลี้ยวลัดจากทางเข้าเมืองสู่ใจกลางเมือง คือ เสน่ห์ของการชมเมืองแห่งนี้ มีเรื่องเล่ากันมาว่า หากนักท่องเที่ยวเดินตามมัคคุเทศก์ไม่ทัน หรือหัวหน้าทัวร์ไม่ทัน แล้วหลงทาง ในปีนี้ กว่ามัคคุเทศก์และหัวหน้าจะตามเจอก็ปีถัดไป จริงๆ คงต้องบอกว่าเป็นกุศโลบาย ของการเดินท่องเที่ยวที่นี้แบบเป็นหมู่คณะ เพราะโทเลโดแห่งนี้ช่างสวยงามเกินกว่าที่จะหยุดถ่ายรูปเสียไม่ได้เลยจริงๆ ประกอบกับการสร้างเมืองที่มีช่องทางเดินขนาดเล็ก เนื่องจากคนในสมัยก่อนต้องการให้เงาของอาคารบ้านเรือนซ้อนกันให้มากที่สุด ป้องกันอากาศร้อนของประเทศในแถบไอเบียแห่งนี้ ท่านลองนึกดูนะคะ ว่าจะแคบแค่ไหน รวมกับร้านค้าขายของที่ระลึกมากมาย ทำให้นักท่องเที่ยวหลงทางก็เป็นประจำ ดังนั้นเรื่องเลาของหารหลงทางจึงเกิดขึ้นนั่งเอง          ประเทศโปรตุเกส ประเทศเล็กๆ ที่มีประชาการเพียง 9 ล้านคนทั้งประเทศ มีพื้นที่ติดมหาสมุทรแอตแลนติก และประเทศสเปน และรัฐเล็กๆ อันดอร์ล่า ผู็เขียนขอเล่าถึงเมืองหลวงลิสบอน เมืองน่ารัก ละมุลละไม เหมาะแก่การไปเดินเล่นในย่านคยเดิน เช่น ย่านพลาซ่า เดอโรซิโอ ย่านไบร์โร อัลโต ย่านซึอาดู และย่านเบเล็ม ชิมต้นตำรับทาร์ตไข่ที่แสนอร่อย ชมวิหารเจอโรมที่แปลกตา ด้วยศิลปะแบบมานูไลฟ์ หอคอยเบเล็ม อนุเสาวรีย์ดีสคัฟเวอร์รี่ ขอบอกว่าสวยจริง สวยจัง 

ตะลุยอินเดีย 28 วัน: สัมผัสความศรัทธากับงานคเณศจตุรถี และสีสันที่คาดไม่ถึง

ตะลุยอินเดีย 28 วัน: สัมผัสความศรัทธากับงานคเณศจตุรถี และสีสันที่คาดไม่ถึง

19

ไม่มีประทศไทยไหน เหมือนที่ประเทศนี้ อะไรก็เกิดขึ้นได้เสมอ "Incredible India" ที่สุดแล้วของการเดินทางสัมผัสประเทศต่างๆ ผู้เขียนคงต้องขอบอกว่าประทับใจในความเป็นอินเดีย การเดินทางสู่ประเทศของผู้เขียนในครั้งนี้ ครั้งแรกของการเดินทางนานถึง 28 วัน เป็นการเดินทางที่ประทับใจ สวย และเต็มไปด้วยวัฒนธรรมและความเป็นไปได้ เกิดขึ้นได้ แต่ครั้งนี้ผู้เขียนขออนุญาตเล่าถึงการเดินทางไปร่วมพิธีเนื่องจากวันเฉลิมฉลองวันเกิดพระพิฆเนศ ณ เมืองปูเน่ ในช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2565      ผู้เขียนเดินโดยสายการบินประจำชาติ บินตรงสู่เมืองมุมไบ หรือบอมเบย์ เมืองเศรษฐกิจทางตอนใต้ของประเทศอินเดีย และมีแหล่งท่องเที่ยที่มีชื่อเสียง คือ มุมไบเกท (หากไปเดลีก็คือ อินเดียเกท ย่านรัฐสภาของประเทศ)  และชมสถานีรถไฟ ที่สร้างโดยอังกฤษ และใช้ในการถ่ายภาพยนด์ต่างๆ เช่น Slum dog millionaire ฉากที่พระเอก กับนางเอกเจอกันในสถานีรถไฟ ที่นี้เลย     ผู้เขียนได้ออกเดินทางสู่ปูเน่ ในวันรุ่งขึ้น การเดินทางโดยรถบัสปรับอากาศส่วนตัว 20 ที่นั่ง นั่งกันไปสบายๆ เขย่ากันไปเรื่อยๆ ประเทศนี้จำกัดความไวในการวิ่ง คือ  80 กม. ต่อชม . ไม่ว่าถนนจะดีแค่ไหน รถจะแรงแค่ไหน ก็ 80 กม. ต่อชม. ดังนั้นการเดินทางในประเทศนี้ ใกล้จึงเหมือนไกล (พี่ไทย บอกว่า หากเป็นที่ไทยถึงไปนานแล้ว) แต่แถบนี้ดีกว่า ตอนไปแถวๆ สังเวชนียสถาน ที่พี่รถบรรทุกแก บีบแครตลอดเวลา แทรกกันไปแทรกกันมา เรียงกันไม่เป็นแถว แต่ก็ไปได้ ไม่ชน แถวปูเน่ ต่างคนต่างขับ ซอกแซกบ้างปกติ ถนนไม่ค่อยเรียบ หรือโช็คอัพรถเสียไม่แน่ๆ ใจ นั่งๆ ไปก็เขย่าๆ โยกไปโยกมา สุดท้ายก็ได้สีกการะพระพิฆเนศตามประสงค์

ข้อมูลท่องเที่ยวต่างประเทศ